[SF] dramione : they don't know about us

"แกต้องสืบสายเลือดบริสุทธิ์เท่านั้น เข้าใจไหม เดรโก"
​"ครับพ่อ แต่-- "
"ไม่มีคำว่าแต่อะไรทั้งนั้น แกเป็นความหวังเดียวของตระกูลเรา"
 "ครับ..."
"ไปได้แล้ว"

หึ ผมเกลียดการเป็นมัลฟอยชะมัด

วันนี้เป็นวันเปิดภาคเรียน เพราะความห่วงใยในตัวลูกชายคนเดียวของบ้าน พ่อจึงต้องมาส่งผมที่คิงครอส และสุดท้ายเราก็มีปากเสียงกันเรื่องงี่เง่าอีกตามเคย

ข่าวร้ายก็คือ...พ่อจะจับผมหมั้นทันทีที่ผมจบชั้นปีที่ 5
แต่มันเป็นข่าวดีสำหรับพ่อ เพราะผู้หญิงที่ผมต้องหมั้นด้วย เธอมีสายเลือดบริสุทธิ์อันสูงส่ง พ่อของหล่อนรับใช้จอมมารอย่างสวามิภักดิ์  ซึ่งในความคิดของพ่อ ..หากเราสองตระกูลเป็นหนึ่งเดียวกัน สายเลือดที่พ่อภูมิใจนักหนาจะต้องแข็งแกร่งแน่นอน

พ่อทำอะไรไม่เคยปรึกษาผม พ่อคิดว่าตัวเองถูกเสมอจนผมสงสารแม่จับใจ 
และจนบางครั้งผมก็นึกสงสัยว่าทำไมแม่ถึงยอมแต่งงานกับผู้ชายใจร้ายคนนี้

คิดหรอว่าผมจะยอม..

 "เดรโก นายได้เป็นพรีเฟค​" เสียงแหลมๆของแพนซี่ พาร์กินสันดังขึ้นทันทีที่เห็นหน้าผม
"เออ รู้แล้ว" 
" อาจารย์ให้ไปนั่งที่ตู้สำหรับนักเรียนพรีเฟค จะไปกันเลยไหมหล่ะ" 
"เธอก็ได้เป็นหรอ" ผมถามด้วยน้ำเสียงแปลกใจเล็กน้อย ผู้หญิงอย่างแพนซี่เนี่ยนะได้เป็นพรีเฟค ..  
"ก็ใช่น่ะสิ" เธอยักไหล่แบบห้วนๆ แล้วกึ่งลากกึ่งจูงผมไปที่ตู้โดยสารสำหรับนักเรียนพรีเฟค

หลังจากที่ต้องฝ่าพวกนักเรียนมากมายที่เดินไปมาตรงทางเดินรถไฟ แล้วเราก็มาถึง 
แพนซี่ผลักประตูดังลั่น ไม่สนใจสายตาใครอย่างที่สมกับเป็นนักเรียนสลิธีริน
ภายในตู้โดยสารของนักเรียนฟรีเฟคนั้นใหญ่กว่าตู้ธรรมดาหลายเท่า 
และของกินก็ดูอุดมสมบูรณ์กว่า ...มิน่าหล่ะ ใครๆก็อยากเป็นฟรีเฟค
(จะว่าไป ผมได้ตำแหน่งนี้มาแบบงงๆเหมือนกันนะ 
ก็ไม่คิดหรอกว่าอาจารย์งี่เง่าอย่างดัมเบิลดอร์จะเลือกผม แต่ช่างเหอะ ไม่สำคัญอะไรหรอก)

ผมค้นพบว่าเรามาถึงเป็นคู่สุดท้ายของใบบรรดาพรีเฟคแต่ละบ้านทั้งหมด 
แต่ใครสนหล่ะ  จริงไหม เราเป็นสลิธีรินซะอย่าง :)

ผมนั่งลงบนเก้าอี้ตัวนึง
แล้วผมก็สบตาเธอคนนั้น
คนที่ทำให้โลกผมสว่างไสวอย่างที่ไม่มีใครสามารถทำได้
คนที่มีรอยยิ้มประดุจไฟส่งผลให้ผมละลายทันทีที่เห็น
คนที่ทำให้เวลาหมุนผ่านไปอย่างช้าๆ ราวกับว่าทุกอย่างโดนหยุดไว้
คนที่เป็นเจ้าของหัวใจผม

ผู้หญิงที่ผมฝากใจไว้ยิ้มให้ผมพอเป็นพิธี แล้วพลางหันไปคุยกับเพื่อนสนิทของเธอที่นั่งข้างๆ
นี่เธอทำให้ผมหึงตั้งแต่วันแรกของเทอมเลยนะเนี่ย 

เวลาผ่านไป จนกระทั่งรถไฟเทียบชานชาลา
เป็นสัญญาณว่าพวกเราถึงเขตฮอกวอตส์แล้ว

"ฉันลืมของน่ะ  เธอลงไปก่อนก็ได้นะ" ที่รักของผมพูด เพื่อนของเธอพยักหน้าแล้วเดินออกไปจากห้องโดยสาร โดยไม่ลืมย้ำประโยค "รีบตามมาเร็วๆนะ "
"เดรโก เราจะลงไปกันได้รึยัง ลุกซะที" แพนซี่หันมาสั่งผม
"เธออยากลงก็ลงไปก่อนสิ เดี๋ยวฉันตามไปน่า"
"เออ รีบมานะ แครบกับกอยล์คงอยากเจอนายใจจะขาดแล้วมั้ง"
ผมโบกมือให้แพนซี่เพื่อให้เธอไปๆซะที  

ตอนนี้ในห้องโดยสารไม่มีใครหลงเหลืออยู่แล้วยกเว้นเธอคนนั้น
"หน้าเธอดูเปลี่ยนไปนะ" ผมเอ่ยปาก
"นั่นคือประโยคแรกที่คนเค้าใช้ทักกันรึไง --หน้าร้อนที่ผ่านมา ฉันไปจัดฟันน่ะ "
"จัดฟัน..จัดฟันคืออะไร"
"ก็แบบว่าทำให้ฟันดูเป็นระเบียบขึ้นไง ..ไม่เจ็บหรอก มันมีเครื่องมือทันสมัยเยอะแยะเลยเดี๋ยวนี้" 
เธอพูดอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นว่าผมขมวดคิ้ว
"ก็ดีแล้วที่ไม่เจ็บ"
"แล้วนายคิดว่ามันดูดีไหม...."  เธอถามด้วยความไม่มั่นใจในตัวเอง ก่อนที่จะส่งยิ้มให้ผมเบาๆ
โอ๊ย แค่ตอนไม่ยิ้ม เธอก็สวยเป็นบ้าแล้ว รอยยิ้มนั้นมันช่างยากที่จะต้านทานจริงๆ
 "ไม่บอกหรอก หึ"
"โธ่..มัลฟอยนี่มัลฟอยจริงๆ ใจร้ายอย่างไงก็อย่างงั้น" 
"ฮ่ะๆ แล้วปิดเทอมที่ผ่านมา เธอคิดถึงฉันบ้างไหม" ผมถาม
 "ไม่เลยสักนิด"
"โห เธอใจร้ายกว่าฉันอีก" ผมทำหน้าบึ้งในขณะเดียวกันก็ยื่นมือให้เธอจับ 
เธอส่งเสียงหัวเราะคิกคักเบาๆก่อนที่จะจับมือผมแน่น

เราเดินจับมือกันมาตลอดทาง ก่อนที่จะไปถึงรถม้าเธรสตรอล
เรายืนอยู่หลังพุ่มไม้ซึ่งมันใหญ่พอที่จะบังเราสองคนโดยที่ไม่มีใครเห็น 
ผมคว้าเธอมาจูบอย่างดูดดื่ม สองมือของผมประคองใบหน้านวลไว้อย่างแผ่วเบา
ผมอยากหยุดเวลานี้ไว้เหลือเกิน ถึงผมจะเป็นมัลฟอย แต่ผมก็ไม่มีอำนาจพอที่จะทำแบบนั้นได้
ริมฝีปากของเราสองคนผละออก เธอและผมสบตากัน
ผมเป็นของเธอ
เธอเป็นของผม
ก่อนที่จะปล่อยให้เธอไป ผมดึงร่างของเธอมากอดพร้อมฝังจมูกลงไปในไรผมสีน้ำตาลที่หอมหวาน
 "แล้วเจอกันนะ"
"อืม"
เธอเดินจากไปเพื่อขึ้นรถม้าเธรสตอลพร้อมกับคนในบ้านอื่นที่ไม่ใช่สลิธีริน

เหตุผลที่ผมไปกับเธอไม่ได้น่ะหรอ
เพราะเธอคือเฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์ไงหล่ะ

ไม่ใช่การที่ชาติกำเนิดเธอเป็นเลือดสีโคลนแล้วผมจะรับไม่ได้นะ
ผมน่ะยอมรับทุกอย่างในตัวเธออยู่แล้ว
แต่คนอื่นเขาไม่ได้เป็นเหมือนผม
ในสายตาพ่อแม่ผม ใครที่ไม่ใช่เลือดบริสุทธิ์ คนนั้นก็ย่อมต่ำกว่าเสมอ
ในสายตาบ้านสลิธีริน ทุกคนต่างคิดว่าคู่ครองของผมน่ะต้องเป็นหญิงสาวที่สุดแสนจะเพียบพร้อม
ในสายตาบ้านกริฟฟินดอร์ พวกเขาก็คงคิดว่าเฮอร์ไมโอนี่ต้องใช้ชีวิตคู่ร่วมกับกับเพื่อนสนิทของเธอคนใดคนนึงแน่ๆ
ในสายตาพวกฮัฟเฟิลพัฟและเรเวนคลอ ...แหงหล่ะ เค้าคงคิดกันไม่ถึงหรอกว่าผมรักเฮอร์ไมโอนี่และ
เฮอร์ไมโอนี่ก็รักผม

พวกเขาช่างไม่รู้อะไรเลย....

They don’t know about the things we do

They don’t know about the "I love you"’s
But I bet you if they only knew
They would just be jealous of us,
They don’t know about the up all nights
They don’t know I've waited all my life
Just to find a love that feels this right
They don’t know how special you are

They don’t know what you’ve done to my heart
They can say anything they want
Cause they don’t know about us
They don’t know what we do best
That’s between me and you, our little secret
But I wanna tell em
I wanna tell the world that you're mine girl

(They don't know about us : One Direction)